แฉประสบการณ์ดูดไขมันจนเฉียดตาย! แถมไม่สวยดั่งที่หวัง ขาเบี้ยวหนัก!! สาวๆ ระวังให้ดี! (แก้ไข, สถิติ)

            เรื่องของการทำศัลยกรรมนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้ ซึ่งอีกหนึ่งการทำศัลยกรรมที่หลายๆ คนให้ความสนใจนั่นก้คือ การดูดไขมัน

Advertisement

            ต้องขอบอกเลยว่าการดูดไขมันนั้นเป็นอะไรที่เสี่ยงไม่น้อยเลยล่ะค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คงจะเคยได้ยินข่าวการดูดไขมันจนทำให้คนเสียชีวิตกันมาบ้าง ซึ่งสาวคนนี้เธอก็เป็นสาวอีกคนหนึ่งที่อยากผอมทางลัดโดยการดูดไขมัน แต่มันก็ทำให้เธอต้องพบกับประสบการณ์เฉียดตาย! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยค่า

ติดตามเรื่องราวแบบเต็มๆ ได้ที่กระทู้ "แชร์ประสบการณ์เฉียดตาย เมื่อดูดไขมันแล้วหายใจไม่ออกแถมขายังเบี้ยว !!!"

          "สวัสดีค่ะ วันนี้เราอยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์ ดูดไขมัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ของคนที่คิดอยากจะผอมทางลัดแบบเรานะคะ เริ่ม!

          ปัจจุบัน น้ำหนักเราอยู่ที่ 57 ช่วงนี้มีทานอาหาร Low Fat , เข้า GYM, ชกมวย แต่ขาใหญ่ก็คือขาใหญ่ค่ะ ไขมันไม่ได้หายไปไหน

          จุดเปลี่ยน เราเป็นคนเล่น IG ค่ะ วันนึงเล่นไปเล่นมาเจอคลินิกนึงมีโปรดูดไขมันเยอะแยะมาก และราคาที่เราเอื้อมถึง ก็แอบเข้าไปส่องๆ เห็นพวก พริตตี้มารีวิวกันเยอะ แต่ก็ยังไม่ชัวร์ เอาชื่อคลินิกมา Search ใน google ไม่มีเลยซักกะรีวิว ก็ยังอุส่าคิดว่าอาจะเป็นคลินิกเปิดใหม่ก็ได้หน่า ก็เลย add line ไปสอบถาม ทาง พนง ก็บอกเป็นคุณหมอจากศิริราช เราเลยขอชื่อคุณหมอ กับเลขที่ใบอนุญาตเปิดคลินิกมา เราก็เอาชื่อหมอไป search เออก็เจอแหะ แต่ไม่มีรูปก็แอบส่องอยู่หลายเพลา จนวันนึงเจอโปรดูดไขมัน แขน ขา น่อง ราคา 60,000 แถมบอกโปรวันนี้วันสุดท้าย มานั่งคำนวณดูแล้ว ทิ้งอันที่มัดจำไปก่อนหน้าก็ยังคุ้มอยู่นะ ก็เลยตัดสินใจมัดจำไป 5,000 บาท หลังจากนั้นก็จัดแจงนัดกับคลินิค เพื่อนัดหมายวันเวลาที่จะทำ

          ถึงเวลาขึ้นเขียง เอาหล่ะ หมอมาละ ก่อนขึ้นเตียงเราทำการถ่ายรูปร่างกายไว้ และทำการวัดไซส์โดยมีพนักงานมาถ่ายรูปและวัดสัดส่วนก่อนทำให้ และให้เราขึ้นไปนอนบนเตียง ใจเราก็คิดเอ๊ะ ทำไมไม่เหมือนของคนอื่นที่เคยอ่านมาเลยวะ ปกติหมอต้องมาขีดเขียนที่ร่างกายตรงส่วนที่ทำก่อนไม่ใช่หรอ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า เอาหน่าวิธีแต่ละที่อาจไม่เหมือนกันก็ได้นะ

           เราก็ขึ้นไปนอนรอ ในใจก็สวดมนต์ภาวนา ลดความตื่นเต้นไป นี่เป็นครั้งแรกสำหรับการเจ็บตัวเพื่อความสวยของเรา ปกติเจ็บสุดคือกดสิว ซักพักหมอมาละ ก็เอาเมจิกมาวาดๆ หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการดูด .....และแล้วก็ถึงเวลา

“จะเริ่มทำการเปิดแผลแล้วนะคะ”

“ค่ะ”

          หมอเริ่มเปิดแผลต้นขาช่วงบน ด้านนอกก่อน แค่นี้ก็เจ็บแล้วอะ T_T และก็เปิดแผล โคนขากับปลายขาด้านในอีก 2 จุด และก็เริ่มฉีดยาชา

          OMG!! เข็มยาชายาวเท่าศอกเรา นางก็ค่อยๆยัดเข้าไป ความเจ็บค่อยๆแผ่ซ่านแตกกระจายตามความลึกของเข็มที่ค่อยๆแทงเข้าไป ฉีดเยอะมากเราจำไม่ได้ว่ากี่เข็ม เริ่มรู้สึกปากชา ลิ้นชาละ แต่ก็ท่องไว้ ทนทนทน ขาจะเล็กแล้ว พอโดนฉีดยาชาจนหนำใจ ก็เริ่มขั้นตอนของการดูด ซักพักหมอก็เอาท่อดูดที่มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กสอดเข้าไปในปากแผลและค่อยๆทำการดูดไขมัน

          โอ่ย! (เสียงเล็ดลอดออกมาเบาๆ) เจ็บอะหมอ หมอก็เปลี่ยนแนวทแยงไปทำตรงอื่นไปพลางๆ เราก็นอนเล่นโทรศัพท์ Update อาการกับเพื่อนที่อยู่ข้างล่างตลอด

 

          ไคลแมกซ์ เนื่องจากขาข้างขวากินเวลายาวนานมาก ทำให้ยาชาขาด้านซ้ายเริ่มอ่อนแรงลง เราก็มีอาการเจ็บเพิ่มมากขึ้น หมอเลยบอกให้เด็กผู้ช่วยฉีดยาชาเพิ่ม เท่านั้นแหล่ะ สมง สมองเราไปหมด

          บอกเลยว่าเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตแล้ว เราเริ่มมีอาการหายใจไม่ออก มีสติรับรู้แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือทำอะไรได้ เราไม่รู้สึกแม้กระทั่งเวลาที่เค้าดูดไขมันให้เรา แค่รู้สึกเหมือนมีใครมาคว้านๆอะไรแถวๆขา ละ ในใจเราตอนนั้นภาวนาถึงคุณพระคุณเจ้า ลูกยังไม่อยากตาย อย่าเพิ่งเอาลูกไปนะ จนกระทั่งเสร็จ เราก็ยังนอนพะงาบๆอยู่ จนเด็กผู้ช่วยมาพลิกตัวเราเพื่อทำความสะอาด เราถึงได้พอมีแรงลุกขึ้นมานั่ง สภาพเตียงตอนนั้นยับมาก มีแต่เลือดเต็มไปหมด

          ช่วงที่เจ้าหน้าที่ย้ายเราจากห้องผ่าตัดไปยังยังบริเวณด้านล่างเพื่อไปใส่เสื้อผ้า เราก็ต้องประคองสติอันน้อยนิดเราเดินลงไปใส่เสื้อผ้า เสร็จแล้วเราเวียนหัวมากกลับบ้านไม่ได้ เลยต้องหอบร่างกายตัวเองไปยังห้องพักฟื้นด้านบนอีก ดูเหมือนเรื่องราวจะจบแค่นี้นะ แต่ทว่าช้าก่อนท่าน นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น ....

          คืนแรกหลังจากดูดไขมัน หลังจากที่เรารวบรวมสติทั้งหมดที่มี กัดฟันขับรถกลับบ้าน ความฮึดของเรามีแค่อย่างเดียวคือ เกรงใจเพื่อนที่มาคอย ระหว่างทางก็พยายามดึงสติตลอดจนกระทั่งกลับถึงบ้าน ....

          พอถึงห้องนอนเท่านั้นแหล่ะ เราเป็นลมไปก่อน 1 รอบ พอตื่นขึ้นมาก็ งง ว่า นี่ที่ไหน เราทำไรอยู่ ความรู้สึกค่อยๆกลับเข้ามาทีละน้อย ตอนนั้นเป็นอะไรที่รู้สึกแย่มาก อยากอาเจียน เวียนหัว เจ็บ พอตั้งท่าจะยืนเพื่อไปนอน เป็นลมไปอีกรอบ ...เลยตัดสินใจนอนมันบนพื้นนั่นแหล่ะ

           หลังจากหลับไปได้สักพัก เริ่มเหนียวตัว ความตั้งใจแรกที่จะล้างแผลตอนเช้า เปลี่ยนเป็นล้างตอนนี้แหล่ะ พอแกะผ้าก๊อซ ออกมาได้เท่านั้นแหล่ะ เลือดไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก และสิ่งที่เราตกใจยิ่งกว่าคือสภาพขาเรา ขาเราเป็นหลุมตรงกลาง เหมือนเค้าดูดคว้านให้เราแค่ตรงกลาง เป็นปล้องๆ น่าเกลียดมากกกก เราถ่ายรูปและส่งไปให้ที่คลินิกดู เราบอกขอนัดเจอหมอเร็วกว่า 14 วันได้ไหมเรากลัวมันช้าเกินไปสำหรับการแก้ไข แต่ พนง บอกว่าคลินิกหยุดค่ะ

Advertisement

วันที่ 1

           ตื่นเช้ามาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ลุกก็ไม่ไหว อารมณ์เหมือนโดนรถทับ (เปรียบเทียบ) ก็ต้องเขยกตัวเองไปทำแผลในห้องน้ำ นี่ก็นึกว่าเลือดจะไหลน้อยลงแล้ว แต่ไม่เลย ไหลเป็นเขื่อนแตกเหมือนเดิม T_T ต้องเอาผ้าอนามัยปิดไว้แล้วใช้ผ้าพัน และใส่กางเกงรัดอีกที ทรมานเกินจะกล่าว วันทั้งวันเราไม่ทำอะไรเลย นอนอย่างเดียว จะลุกจะนั่งก็หน้ามืด เพื่อนก็คอยโทรมาถามอาการตลอด

วันที่ 2

          สภาพก็ไม่ต่างจากวันแรก นอนพะงาบๆอยู่ในห้อง ความเจ็บและเลือดก็ยังไม่มีลดลง

Advertisement

วันที่ 4

นัดรอบ 2

          จริงๆ ตลอดเวลาการรักษาตัวที่ผ่านมา เราก็คิดมาตลอดมา เราจะดูดแขนไหม หรือปล่อยแพคเกจทิ้งไปเลย เพราะเราค่อนข้างกลัวกับวิธีการทำของเค้า และกลายเป็นคนกลัวเข็มไปเลย

เหตุการณ์หลังจากกลับจากไปดูดครั้งที่ 2

          แขนปกติ ไม่ค่อยเป็นอะไรเท่าไหร่ (อาจเป็นเพราะเราโวยวายด้วย) แต่ที่หนักก็คือ ตรงที่ฉีดเมโส แฟต คือมันบวม แดง แดงทันที่หลังจากฉีดเสร็จ และเจ็บทุกครั้งที่สัมผัสโดน ซึ่งเราก็คิดว่าอาจเป็นเพราะ effect ของการฉีด เมโสก็ได้ เราเคยอ่านเจอว่ามันจะบวมอยู่ 3 -5 วันและจะยุบไปเอง

Advertisement

วันที่ 7 ของการฉีดเมโส

          ไม่หาย เราเลยตัดสินใจไป โรงพยาบาล หมอบอกว่ามันอักเสบนะ ก็ซักถามอาการกันซักพักว่าไปทำไรมา และขอดูยาฆ่าเชื้อที่คลินิกให้มา หมอบอกว่า ยาคุณภาพต่ำมาก เดี๋ยวหมอจ่ายยาแก้อักเสบไปให้กิน 3 วันและกลับมาดูอาการใหม่นะ

3 วันต่อมา

           เรากลับมา โรงพยาบาลตามนัด พอหมอตรวจแผลให้เรา จึงได้รู้ว่ามันอักเสบ และมีหนองอยู่ด้านใน ต้องทำการผ่าหนองออก (น้ำตาจะไหล T_T) หมอจึงทำการผ่า และยัดผ้าก๊อซไว้ข้างในเพื่อเป็นการซับหนอง และต้องมาล้างแผลที่ ER ทุกวัน 

นี่ขาปัจจุบันเรา 

Advertisement

สรุป

          - มาทราบทีหลังว่าคลินิกนี้ไม่ได้มาตรฐาน หมอที่ทำให้ก็หมอปลอม และโดนบุกจับไปวันก่อน (ตูว่าแล้วมะ) ส่วนเราก็เก็บเงินเพื่อไปแก้ รัวๆ

          - หลังจากถูกจับไปก็กลับมาเปิดอีก โดยรับเคสรีวิว เยอะแยะมากมาย เพลีย - -"

          - ได้ติดต่อทางคลินิกขอความรับผิดชอบ แต่คลินิกไม่คุยกะเรา และบอก (กับคนอื่น) ว่าเคสเราไม่หนัก (ละยังไงถึงหนัก?)

          - พีคสุดคือติดต่อไปหาทนายบอกขาเราเป็นหลุมและแขนเราขรุขระยังกะพระจันทร์เลย เราอยากได้เงินคืนจากคลินิคเพื่อนำไปรักษาที่ใหม่ ทนายถามว่าคุณเคยไปดวงจันทร์หรอ ถึงรู้ว่ามันเป็นไง (บ้านตรูก็มีโทรทัศน์ไหมวะ ยิ้ม)

          สุดท้ายของสุดท้าย "ศัลยกรรม อย่าเห็นแก่ของถูก"

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 1116413 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

แจ้งลบ/แจ้งบทความไม่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ